
ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากเกินกว่าคำว่าแพ้หรือชนะ หลังบุกพ่าย แอสตัน วิลล่า 2-4 ในเกมที่สะท้อนปัญหาของทีมอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องรูปแบบการเล่น ความต่อเนื่อง และความมั่นคงของระบบโดยรวม แม้จะมีข้อจำกัดจากสภาพทีม ไม่ว่าจะเป็นการขาด อเล็กซานเดอร์ อิซัค, อูโก้ เอกิติเก้ รวมถึงความฟิตที่ไม่สมบูรณ์ของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่สิ่งที่น่าห่วงจริง ๆ คือปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแนวรุก หากลุกลามไปทั่วทั้งทีมจนเห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูลในเวลานี้ขาดทั้งการคุมพื้นที่ การเพรสซิ่งที่มีประสิทธิภาพ และโครงสร้างเกมรับที่ควรเป็นรากฐานของทีมลุ้นความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก
แมตช์กับวิลล่าชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ลิเวอร์พูลเปิดพื้นที่อันตรายให้คู่แข่งเล่นง่ายเกินไป สถิติหลังเกมยิ่งตอกย้ำภาพดังกล่าว เมื่อวิลล่ามีค่า xG 1.91 เหนือลิเวอร์พูลที่ 1.55 แม้ทีมของอาร์เน่อจะยิงรวมมากกว่า แต่กลับมีคุณภาพโอกาสเข้าทำน้อยกว่าอย่างชัดเจน วิลล่ายิงตรงกรอบ 9 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลทำได้เพียง 5 ครั้ง หลายจังหวะสำคัญเกิดจากการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาด การเปลี่ยนจากรุกเป็นรับที่ล่าช้า และความเข้มข้นในการไล่บีบที่หายไป ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน เพียงแต่ก่อนหน้านี้ทีมยังพอรอดจากความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะหรือความผิดพลาดของคู่แข่ง ทว่าพอปัจจัยเหล่านั้นหายไป จุดอ่อนเชิงระบบก็ถูกเปิดเผยเต็มรูปแบบ ตัวเลขทั้งฤดูกาลยิ่งน่ากังวลมากขึ้น ลิเวอร์พูลเสียไปแล้ว 52 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติเลวร้ายที่สุดของสโมสรบนลีกสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1914 แพ้ไป 12 นัด เทียบเท่ากับทีมที่ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด และ ซันเดอร์แลนด์ อีกทั้งยังเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 24 คะแนนเต็มในการออกไปเยือนทีมกลุ่มท็อป 9 สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คำถามเริ่มพุ่งไปถึงการวางแผนของสโมสร โดยเฉพาะเมื่อข่าวตลาดนักเตะยังเน้นการเสริมปีก ทั้งที่ปัญหาเร่งด่วนที่สุดกลับอยู่ที่แดนกลางและแนวรับ ต่อให้คว้าตัวริมเส้นระดับโลกมาเพิ่ม หากโครงสร้างการเล่นยังไม่ถูกแก้ไข ปัญหาเดิมก็มีแนวโน้มจะเกิดซ้ำอีก นอกจากนี้ หลายประเด็นในเชิงบริหารก็เริ่มถูกวิจารณ์หนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีล อเล็กซานเดอร์ อิซัค มูลค่า 125 ล้านปอนด์ที่เพิ่มแรงกดดันหลังอาการบาดเจ็บ การปล่อย หลุยส์ ดิอาซ ออกไปโดยไม่มีตัวแทนคุณภาพใกล้เคียงเข้ามา รวมถึงการตัดสินใจเลือก จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ มากกว่า ควีวิน เคลเลเฮอร์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งเกมล่าสุดความผิดพลาดของนายด่านรายใหม่ก็ส่งผลโดยตรงต่อการเสียประตูแรก ขณะเดียวกัน อนาคตของ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ก็กลายเป็นอีกปัจจัยเสี่ยง หลังมีรายงานว่าเขาอาจย้ายไปทำงานในซาอุฯ หลังจบตลาดรอบนี้ หากเกิดขึ้นจริง ลิเวอร์พูลอาจต้องเข้าสู่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในช่วงที่คนวางแผนหลักกำลังจะออกจากทีม
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลในตอนนี้ จึงไม่ใช่แค่การลุ้นผลนัดสุดท้ายกับ เบรนต์ฟอร์ด หรือความเสี่ยงในการหลุดพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ท่ามกลางแรงกดดันจาก ไบรท์ตัน และ บอร์นมัธ เท่านั้น แต่คือความรู้สึกว่าทีมกำลังเดินผิดทางในระดับโครงสร้างมากกว่า หากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าแนวทางของ อาร์เน่อ จะพาสโมสรกลับไปลุ้นแชมป์ได้อย่างไร หรือ FSG ยังเชื่อมั่นในทิศทางนี้มากน้อยแค่ไหน ลิเวอร์พูลก็อาจกำลังเสียเวลาไปอีกหนึ่งฤดูกาลโดยไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เกมสุดท้ายอาจช่วยกู้ศักดิ์ศรีได้บางส่วน แต่จากภาพรวมตลอดทั้งปี แฟนบอลจำนวนมากเริ่มตระหนักแล้วว่า วิกฤตของลิเวอร์พูลเวลานี้ร้ายแรงกว่าผลการแข่งขัน เพราะมันคือสัญญาณเตือนว่าระบบทั้งทีมอาจกำลังถดถอยอย่างน่าเป็นห่วง