
ตอร์เรนเซ่ สโมสรจากลีกดิวิชั่น 2 ของโปรตุเกส สร้างหนึ่งในเรื่องราวสุดยิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังแดนฝอยทอง หลังพลิกเอาชนะ สปอร์ติ้ง แชมป์เก่า ไปแบบสุดดราม่า 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยโปรตุเกสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมการันตีสิทธิ์ไปแข่งขันยูโรปา ลีก ฤดูกาลหน้าอย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นความสำเร็จที่แฟนบอลจดจำไปอีกนาน
เกมนัดชิงชนะเลิศเริ่มต้นอย่างเร้าใจเมื่อ ตอร์เรนเซ่ ขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 จากประตูของ เควิน โซฮี ก่อนที่ สปอร์ติ้ง จะตามตีเสมอได้ในช่วงต้นครึ่งหลังจาก หลุยส์ ซัวเรซ ทำให้การแข่งขันยืดเยื้อจนจบ 90 นาทีด้วยสกอร์ 1-1 และต้องตัดสินกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ มักซิมิเลียโน่ อาเราโฮ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของสปอร์ติ้ง ถูกไล่ออกจากสนามหลังทำฟาวล์จนเสียจุดโทษ ก่อนที่ สโตปีร่า แนวรับทีมชาติเคปเวิร์ด จะรับหน้าที่สังหารอย่างเฉียบขาด กลายเป็นประตูชัยพา ตอร์เรนเซ่ เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ
ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นแชมป์รายการใหญ่หนแรกในรอบ 109 ปีของสโมสรจากเมืองตอร์เรส เวดราส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลิสบอนราว 40 กิโลเมตร และมีสนามเหย้าความจุเพียงประมาณ 2,500 ที่นั่ง โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยผ่านเข้าชิงฟุตบอลถ้วยโปรตุเกสเพียงครั้งเดียวในปี 1956 แต่ต้องพ่ายให้กับ ปอร์โต้ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ ตอร์เรนเซ่ ไม่เพียงคว้าแชมป์สุดประวัติศาสตร์และตั๋วลุยฟุตบอลยุโรปเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจสำคัญในการลุ้นเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดต่อไป หลังเกมเพลย์ออฟเลกแรกกับ กาซ่า เปีย จบลงแบบไร้สกอร์ ขณะที่ สปอร์ติ้ง ปิดฉากฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ลีก หลังจากฤดูกาลก่อนเคยกวาดทั้งแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วย