Not cache

เชส ฟาเบรกาส พลิกโฉม โคโม่ 1907 จากทีมล้มละลายสู่ลุ้นสร้างอาณาจักรฟุตบอลมูลค่าพันล้าน

ตะลุมบอล - 27 พ.ค. 2026
ยอดการรับชม :
0
เชส ฟาเบรกาส พลิกโฉม โคโม่ 1907 จากทีมล้มละลายสู่ลุ้นสร้างอาณาจักรฟุตบอลมูลค่าพันล้าน

เชส ฟาเบรกาส กำลังพา โคโม่ 1907 เขียนประวัติศาสตร์บทใหม่อย่างน่าทึ่ง หลังเข้ามาเปลี่ยนสโมสรที่เคยเผชิญปัญหาล้มละลายและต้องเริ่มต้นใหม่จาก เซเรีย ดี ในปี 2017 ให้กลายเป็นทีมที่ก้าวขึ้นสู่เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ได้เป็นครั้งแรก ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เป็นผลจากแผนงานระยะยาวที่ชัดเจน ทั้งด้านโครงสร้างสโมสร การสร้างตัวตนของทีม และแนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่ที่ ฟาเบรกาส วางไว้ภายใต้โมเดลที่เขาเรียกว่า Football University ซึ่งเน้นการพัฒนานักเตะ ระบบการเล่น และวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อมกัน

ฟาเบรกาส ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เฮดโค้ช แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระดับผู้ถือหุ้นและผู้นำด้านฟุตบอลของสโมสร เขาเริ่มจากการยกเครื่องรากฐานทั้งหมด ตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวกไปจนถึงการสร้าง DNA ใหม่ที่ยึดหลักความถ่อมตัว ความกระหาย และการปั้นทีมอายุน้อย ปัจจุบันทีมชุดใหญ่ของ โคโม่ มีผู้เล่นอายุต่ำกว่า 23 ปีถึง 15 คน ขณะที่ในสนามพวกเขาโดดเด่นด้วยระบบ 4-2-3-1 ที่สวนทางกับแนวทางดั้งเดิมของอิตาลี โดยเน้นการครองบอลแบบดุดันและเล่นในแนวลึกจนมีค่าเฉลี่ยการครองบอลสูงสุดในเซเรีย อา ที่ 62% อีกทั้งยังมีระบบเพรสซิ่งระดับท็อปของลีกจากสถิติ PPDA ที่ยอดเยี่ยม จุดเด่นสำคัญคือการใช้ผู้รักษาประตูอย่าง ฌอง บูเตซ์ เป็นตัวเริ่มเกมคล้ายควอเตอร์แบ็ค เพื่อดึงเพรสแล้วแทงบอลทะลุไลน์คู่แข่งอย่างแม่นยำ ด้านการเสริมทัพ สโมสรทำงานร่วมกับ บาเรนด์ แวร์เคิร์ก ผู้อำนวยการสรรหานักเตะที่ใช้ข้อมูลเชิงลึกและอัลกอริทึมในการคัดเลือกผู้เล่น จนได้ดีลคุ้มค่าอย่าง นิโค ปาซ จากเรอัล มาดริด ในราคาเพียง 6 ล้านยูโร ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นดาวรุ่งมูลค่าสูง ขณะเดียวกัน ฟาเบรกาส ยังเติมประสบการณ์ด้วยแข้งชื่อดังอย่าง เปเป้ เรน่า, ราฟาเอล วาราน, อัลบาโร่ โมราต้า และ แซร์ฌี รูแบร์ตู เพื่อสร้างสมดุลทั้งในสนามและห้องแต่งตัว ส่งผลให้ โคโม่ 1907 กลายเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าจับตามองที่สุดของอิตาลี

เบื้องหลังความทะเยอทะยานของ โคโม่ 1907 คือการสนับสนุนจากตระกูลฮาร์โตโน่ มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย ที่วางสโมสรให้เติบโตในฐานะแบรนด์ระดับลักชัวรี ควบคู่กับการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์รอบทะเลสาบโคโม่ โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าองค์กรแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2038 พร้อมเดินหน้ารีโนเวทสนาม จูเซ็ปเป้ ซินิกาญา ให้ทันสมัยและรองรับมาตรฐานยูฟ่า เพื่อยกระดับเมืองให้เป็นจุดหมายของแฟนบอลทั่วโลก เรื่องราวของ ฟาเบรกาส จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของอดีตนักเตะระดับโลกที่ผันตัวมาเป็นโค้ช แต่คือภาพชัดของผู้บริหารฟุตบอลที่มีวิสัยทัศน์และกล้าสร้างความแตกต่าง จากสโมสรที่เคยเกือบเลือนหาย วันนี้ โคโม่ พร้อมแล้วที่จะท้าชนยักษ์ใหญ่บนเวทีฟุตบอลยุโรปอย่างเต็มตัว